Enterprise Room Connector Pexip คือโซลูชันที่ช่วยเชื่อมต่อทุกอุปกรณ์การประชุมเข้ากับทุกแพลตฟอร์มวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไม่ว่าจะเป็น Zoom, Teams หรือ Google Meet ได้อย่างไร้รอยต่อ
ปัจจุบันหลายองค์กรกำลังเผชิญปัญหาของความหลากหลายที่เกิดขึ้นจากแพลตฟอร์มประชุมต่างค่าย อย่างไรก็ดีอุปกรณ์ห้องประชุมที่เคยลงทุนไว้แบบเดิมอาจไม่รองรับแพลตฟอร์มเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เององค์กรอาจต้องแก้ปัญหาด้วยการลงทุนเพิ่มในโซลูชันเสริมในรูปแบบของฮาร์ดแวร์เพื่อช่วยให้อุปกรณ์ 3rd Party เหล่านั้นทำงานได้กับแพลตฟอร์มต่างๆ โดย Pexip เองเป็นหนึ่งในผู้เล่นชั้นนำที่นำเสนอโซลูชันนี้ผ่านรูปแบบ SaaS ที่พร้อมใช้ภายใต้ชื่อ Enterprise Room Connector ในบทความนี้เราจะขอพาทุกท่านไปรู้จักกับโซลูชันนี้ให้มากขึ้นตั้งแต่แนวคิดการทำงาน พร้อมภาพประกอบที่ทีมงานได้มีโอกาสเข้าไปติดตามการใช้งานจริงครับ
จากความหลากหลายสู่ความท้าทาย Enterprise Room Connector Pexip
การประชุมผ่านวีดีโอเกิดขึ้นมานานนับสิบปีแล้ว โดยในช่วงแรกโลกอาจจะยังเจอปัญหาเรื่องสัญญานอินเทอร์เน็ตและความสามารถของซอฟต์แวร์ที่ยังก้าวไม่ทันนัก อย่างไรก็ดีการมาถึงของคลาวด์ได้ยกระดับให้โซลูชันการประชุมกลายเป็นระบบที่เข้าถึงได้จากทุกที่ และยิ่งฉายแววการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะการแพร่ระบาดที่ทุกคนต้องอยู่ห่างไกลกัน โดยปัจจัยล่าสุดนี้เองที่ได้ปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานในรูปแบบใหม่หรือ New Normal เพราะปกติแล้วสิ่งที่เปลี่ยนได้ยากที่สุดก็คือพฤติกรรมของผู้ใช้ แต่กลายเป็นว่าเราทุกคนถูกบังคับให้ชินและคุ้นเคยกับการประชุมวีดีโอเหล่านี้อย่างฉับพลัน
อนึ่งอย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่าการประชุมวีดีโอมีมานานก่อนหน้า ซึ่งโซลูชันเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมามายเช่น กล้องวีดีโอ ไมค์สำหรับวีดีโอและอื่นๆ โดยความท้าทายก็คือมีผู้ผลิตมากมายในท้องตลาด และแต่ละค่ายอาจมีความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์การประชุมบางตัว หรือเจ้าของซอฟต์แวร์บางตัวได้มีการออกอุปกรณ์ของตนเองออกมาเช่นกัน
ไม่เพียงเท่านั้นแพลตฟอร์มการประชุมที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดมีหลายี่ห้อเช่น Zoom, Microsoft Teams, WebEX, BlueJean, Pexip และอื่นๆ ประเด็นคือในองค์กรขนาดใหญ่มักต้องเผชิญกับความน่าสับสนเหล่านี้เช่น องค์กรเองใช้ Zoom และ Teams เป็นหลัก แต่ลูกค้าก็มีการใช้งาน WebEX หรือพาร์ทเนอร์นิยม Google Meet ด้วยเหตุนี้เองความท้าทายคือเราจะสามารถรวมศูนย์ความแตกต่างเหล่านี้ให้ทุกคนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นหรือไม่ และอีกความท้าทายหนึ่งก็คืออุปกรณ์การประชุมเดิมจะเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มการประชุมได้อย่างไร ต้องหาโซลูชัน interoperability เข้ามาเสริม แต่หากมองถึงการใช้งานจริงราคาเป็นอย่างไร ติดตั้งง่ายหรือยาก หวังว่าท่านคงไม่ต้องประสบพบเจอเหตุการณ์คอนฟิคอุปกรณ์ไม่ได้นานหลายนาทีให้บุคคลสำคัญต้องมานั่งรอการประชุม
ช่องว่างตรงนี้เองที่ Pexip ได้นำเสนอโซลูชันที่จะประสานรอยต่อในความไม่เข้ากันเหล่านี้ โดยไอเดียของ Enterprise Room Connector ก็คือการที่ Pexip ติดตั้งซอฟต์แวร์ของตนในคลาวด์พันธมิตรอย่าง Microsoft และ Google ซึ่งยักษ์ใหญ่เหล่านี้มีการเปิด API ให้ Pexip สามารถเข้าไปบริหารจัดการห้องประชุมในฟีเจอร์ต่างๆได้ กล่าวคือ Pexip เองทำหน้าที่เป็นคนกลางที่ประสานงานระหว่างแพลตฟอร์มการประชุมและอุปกรณ์ห้องประชุม 3rd Party อย่างไม่จำกัดยี่ห้อ
[รูป Pexip Architecture]
ปัญหาสำคัญของอุปกรณ์ 3rd Party เหล่านี้มักมีข้อจำกัดเรื่องแพลตฟอร์มที่รองรับ ที่สำคัญคือไม่สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ไคลเอ้นต์ลงไปได้เหมือนมือถือของเรา ดังนั้นการกลไกที่ Pexip ทำคือการเอื้ออำนวยอินเทอร์เฟสบางอย่างให้อุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อเข้าไปในห้องประชุมได้ โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม เช่น การให้เบอร์โทรพิเศษที่เพียงแค่กดเบอร์ก็จะเข้าสู่ห้องประชุม แต่แน่นอนว่า Pexip มีกลไกที่ง่ายและพร้อมใช้กว่านั้น ที่ท่านจะได้เห็นในช่วงต่อไป
สาธิตการใช้งาน Enterprise Room Connector
ไอเดียการทำงานของ Pexip ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนักคือท่านต้องมีการเข้าไปลงทะเบียนอุปกรณ์และโดเมนที่ต้องการใช้งานเสียก่อน ซึ่งจุดเด่นของ Pexip คือการที่แต่ละองค์กรสามารถปรับแต่งโดเมนของแต่ละองค์กรได้ จึงมั่นใจได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละคนจะแบ่งแยกกันเช่น @gmail หรือ @hotmail มีการใช้งานร่วมกัน แต่ @techtalkthai จะเป็นเฉพาะองค์กรเท่านั้น โดยเมื่อในกรณีของ Teams เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ผู้เข้าร่วมจะได้รับข้อมูลเพิ่มพิเศษสำหรับให้อุปกรณ์ 3rd Party เข้าถึงการประชุมห้องนั้นๆได้ (ตามภาพประกอบด้านล่าง)

เช่นเดียวกับการเข้าห้องประชุมในรูปแบบของ Google Meet ก็จะมีส่วนข้อมูลพิเศษเช่นกัน
[img 2 – invite by ms] อยากได้รูปรายละเอียดอีเมลเหมือนของ MS Teams ข้างบน ว่าข้อความ Join Google Meet เป็นแบบไหน
เมื่อเข้ามาถึงห้องแล้วจะปรากฏหน้า Lobby ที่เตรียมความพร้อม ซึ่งโซลูชันจาก Pexip เปิดโอกาสให้องค์กรสามารถปรับแต่รูปภาพและโลโก้ที่ปรากฏตรงนี้ได้ เพิ่มการประชุมของท่านดูส่วนตัวและมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Microsoft เองมีการเปิด API ให้โซลูชันวีดีโอที่เชื่อมต่อผ่าน Pexip นี้มีประสบการณ์ไม่ต่างจากการประชุมด้วยคอมพิวเตอร์หรือมือถือ เช่น การแสดงสถานะการประชุม การบันทึกวีดีโอ ต่างๆ
[img 4,5,6 – Same features as typical channels]
อีกความยอดเยี่ยมของ Pexip ก็คือฟังก์ชัน One Touch Join ที่สามารถรวมทุกการประชุมไว้ตามตารางดังภาพประกอบ (มุมมองจะแตกต่างกันตามยี่ห้ออุปกรณ์) จะดีแค่ไหนหากท่านเข้าไปในห้องประชุมแล้วเพียงแค่คลิกเดียวก็สามารถเข้าร่วมแพลตฟอร์มการประชุมใดๆ โดยไม่ต้องมาตั้งค่าอะไรเพิ่มเติม
[img 7 – One Touch join] อยากได้รูปแบบด้านล่าง
สำหรับผู้ใช้งาน Enterprise Room Connector ท่านยังสามารถบริหารจัดการและเรียกดูข้อมูล Insights การใช้งานของ Teams ได้อย่างละเอียด ถึงสถิติต่างๆเช่น การประชุม ระยะเวลา ผู้เข้าร่วมและอื่นๆ เพื่อการวางแผนการใช้งานอย่างเหมาะสมและยังนำไปถึงกลยุทธ์ขององค์กรด้วย เช่นเดียวกันกับ Google Meets ก็มี Insight เช่นกันแต่ด้วยข้อจำกัดของ API ข้อมูลอาจไม่ครอบคลุมเท่า Microsoft Teams
[img 8,9 – microsoft statistic]
จะเห็นได้ว่าการใช้งาน Pexip Enterprise Room Connector ใช้งานไม่ยากเลยใช่ไหมครับ สาเหตุเพราะ Pexip เองทำตัวเป็นตัวกลางในรูปแบบของ SaaS ที่องค์กรไม่จำเป็นต้องติดตั้งหรือยุ่งยากในเรื่องของฮาร์ดแวร์มาเพิ่มอีก ซึ่งต้องมีการคอนฟิคและดูแลตามมา ตลอดจนความยืดหยุ่นในหลายจุดและความพร้อมใช้งาน ไม่เพียงเท่านั้นอุปกรณ์ที่ลงทะเบียนยังสามารถโทรวีดีโอเข้าไปยังโครงข่ายมือถือและเสียงได้ด้วยโดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสียงโดยเฉพาะ ทั้งหมดนี้จึงทำให้ Pexip เป็นหนึ่งในโซลูชันที่ได้รับความนิยมในองค์กรใหญ่ทั่วโลกนั่นเอง
เกี่ยวกับ Pexip Enterprise Room Connector Pexip

Pexip เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการสื่อสารที่ช่วยให้องค์กรเชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Pexip ได้รับความนิยมในองค์กรก็คือสามารถเลือกอิมพลีเม้นต์กับระบบได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ SaaS ของ Pexip เองเหมือนที่ใช้ในโซลูชันการประชุมทั่วไป หรือการนำซอฟต์แวร์ไปติดตั้งในคลาวด์ที่ท่านต้องการ แม้กระทั่งระบบ On-premise โดยทางเลือกเหล่าที่ยืดหยุ่นเหล่านี้ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการความปลอดภัยสูง สามารถควบคุมเส้นทางการเข้าถึงและการเดินทางของข้อมูลได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ Pexip เองสามารถทำตัวเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อให้แพลตฟอร์มอื่นๆได้เช่น Teams, Google Meets และอื่นๆ ให้องค์กรสามารถบูรณาการแพลตฟอร์มต่างๆเข้ามาหากันได้ โดยไม่ต้องบังคับให้ผู้เข้าร่วมเปลี่ยนเครื่องมือที่ไม่คุ้นเคย รวมความแตกต่างได้อย่างลงตัว
ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมรับฟังข้อมูลแบบเต็มๆได้ที่งานสัมมนาออนไลน์ในโซลูชันนี้ในวันที่ X พฤษภาคม 2566 ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ YYYYY
สนใจติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือนำทดสอบโซลูชันได้ที่ UC Gangster ตัวแทนจำหน่ายโซลูชันด้านการประชุมที่สามารถช่วยให้คำปรึกษาในการขึ้นระบบใหม่หรือต่อยอดระบบเดิมที่มีขององค์กร เพียงติดต่อเข้ามาที่
- เบอร์โทร : 020266220
- อีเมล : [email protected]
- Line : @ucgangster
- เว็บไซต์ : ucgangster.co.th
- Facebook : https://www.facebok.com/UCgangster
Why Interoperability Matters
Interoperability matters because organizations rarely standardize on a single conferencing platform, especially when working with external partners and clients. For example, a company using Teams internally may need to join a Zoom call hosted by a client. Therefore, gateway solutions like this eliminate the need to install multiple separate apps on every device.
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชัน Enterprise Room Connector Pexip สำหรับองค์กรได้ที่ หน้าแรกของ UC Gangster
Deployment Considerations
Deployment typically involves working with an integrator to configure firewall rules and SIP trunk settings correctly. However, most organizations complete setup within a few days once network requirements are confirmed. Additionally, ongoing licensing is usually based on concurrent connections rather than total registered rooms.
Common Use Cases in Enterprise Settings
Common use cases include multinational companies coordinating between regional offices that standardized on different platforms during separate procurement cycles. Additionally, professional services firms frequently join client calls hosted on whatever platform the client prefers, making platform-agnostic connectivity essential rather than optional for day-to-day operations.
